กฎหมายเสียงรบกวน-2564-ในระดับสากล

สำรวจ : กฎหมายเสียงรบกวน 2564 ในระดับสากล

by admin
48 views

มลพิษทางเสียง แม้ว่าจะเป็นอันตรายที่จับต้องได้น้อยกว่าการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมรูปแบบอื่นๆ แต่ก็สามารถส่งผลกระทบอย่างในระยะยาวต่อสุขภาพของมนุษย์ ความเป็นอยู่ และสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อพื้นที่เขตเมืองขยายตัวและอุตสาหกรรมต่างๆ เจริญเติบโต ทั้งเสียงเครื่องจักร เสียงการทำงานต่าง ๆ ก็ขยายไปด้วย ทำให้จากแค่เสียงดังน่ารำคาญก็อาจจะกลายเป็นเสียงรบกวนที่ส่งผลต่อสุขภาพของคนรอบข้างได้

ทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้  ทุกประเทศจึงมาพร้อมกับ กฎหมายเสียงรบกวน 2564 ที่ครอบคลุมมากมาย วันนี้เราไปทำความรู้กับกฎหมายนี้ในระดับสากลกันมากขึ้นดีกว่า

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับมลพิษทางเสียง

มลภาวะทางเสียง คือเสียงที่ไม่พึงประสงค์ และดังหรือต่อเนื่องจนเป็นอันตรายต่อการได้ยิน ซึ่งเสียงเหล่านี้ขัดขวางสภาพแวดล้อมทางเสียงตามปกติ กล่าวคือ จากที่เราควรได้ยินเฉพาะเสียงที่เราได้ยินอยู่แล้ว กลับต้องได้ยินเสียงที่ไม่ต้องการเพิ่มขึ้นมา

สิ่งเหล่านี้แม้จะดูไม่ร้ายแรง หากดังมาก ๆ และติดต่อกันนาน ๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้หลายอย่าง เช่น ความบกพร่องทางการได้ยิน ความดันโลหิตสูง ความเครียด และปัญหาด้านการนอนหลับ

องค์กร END

องค์กรควบคุมสิ่งแวดล้อมด้านเสียง (Environmental Noise Directive : END) ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดวิธีการและมาตรการในประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเสียง

บทบัญญัติที่สำคัญ:

  • มอบอำนาจให้ประเทศสมาชิกสร้างแผนที่เสียงรบกวน โดยเน้นบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากเสียงรบกวน การทำแบบนี้เพื่อมองหาบริเวณที่มีเสียงรบกวนดังจนเกิดปัญหาหรืออันตราย และมองหาวิธีการแก้ไข
  • จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาด้านเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เกินขีดจำกัดทางเสียงที่กำหนดไว้

กฎหมายเสียงรบกวน 2564 ในประเทศสหรัฐอเมริกา

กฎหมายของรัฐบาลกลางนี้ประกาศใช้ในปี 1972 เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปราศจากเสียงรบกวนซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิการของประชาชน

บทบัญญัติที่สำคัญ:

  • จัดใหมีสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (United States Environmental Protection Agency : EPA) มีอำนาจกำหนดมาตรฐานเสียง
  • รัฐบาลของรัฐและท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนให้แก้ไขปัญหาเสียงที่เฉพาะเจาะจง โดยมีการกำกับดูแลของรัฐบาลกลางเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

กฎหมายเสียงรบกวน 2564 ของประเทศญี่ปุ่น

การเติบโตของอุตสาหกรรมในญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีกฎหมายควบคุมเสียงที่เข้มงวด ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งกฎหมายเสียงรบกวน 2564 

บทบัญญัติที่สำคัญ

  • แบ่งประเภทภูมิภาคเป็นหมวดหมู่ (ที่พักอาศัย กึ่งที่พักอาศัย และอุตสาหกรรม) และกำหนดมาตรฐานเสียงรบกวนสำหรับแต่ละภูมิภาค
  • กำหนดให้อุตสาหกรรมต้องใช้มาตรการควบคุมเสียงรบกวนและการดัดแปลงเครื่องจักร

เสียงรบกวน

มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของออสเตรเลีย

แม้ว่าออสเตรเลียจะไม่มีกฎหมายควบคุมเสียงรบกวน แต่แต่ละรัฐก็มีกฎระเบียบของตัวเอง อย่างไรก็ตาม National Pollutant Inventory ได้จัดทำฐานข้อมูลสารมลพิษ รวมถึงเสียง เพื่อเป็นแนวทางในนโยบายระดับภูมิภาค

บทบัญญัติที่สำคัญ:

  • ส่งเสริมความโปร่งใสตามอุตสาหกรรมต่างๆ โดยการรายงานระดับมลพิษ รวมถึงเสียงรบกวน
  • ช่วยรัฐบาลท้องถิ่นในการกำหนดมาตรฐานเสียงตามข้อมูลที่รายงาน

กฎด้านมลพิษทางเสียงของอินเดีย

กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ในปี 2000 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการผลิตเสียงรบกวนและสร้างมาตรการป้องกัน

บทบัญญัติที่สำคัญ:

  • การแบ่งเขตพื้นที่ (ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ อุตสาหกรรม) โดยมีขีดจำกัดระดับเสียงตามลำดับ
  • ข้อจำกัดในการใช้ลำโพง ระบบเสียงประกาศสาธารณะ และประทัด โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน

กฎหมายเสียงรบกวน 2564 ของประเทศไทย

ประเทศไทยก็ถือว่าเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านอุตสาหกรรมมาก ๆ ทำให้กฎหมายเสียงรบกวน 2564 ก็ได้รับความสำคัญเช่นเดียวกัน 

บทบัญญัติสำคัญ

  • ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) กำหนดมาตรฐานเสียงสูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ และค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ
  • ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2543) กำหนดมาตรฐานเสียงรบกวนไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ 

ผลกระทบของกฎหมายเสียงรบกวน 2564 

  • ประชากรมีสุขภาพดีขึ้น: การดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพสามารถลดปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับเสียงได้
  • การขยายตัวของเมืองอย่างยั่งยืน: เมื่อเมืองเติบโตขึ้น การจัดการเสียงที่เหมาะสมสามารถรับประกันสภาพแวดล้อมในเมืองที่น่าอยู่ได้
  • ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: ลดต้นทุนด้านการรักษาพยาบาลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเนื่องจากเสียงรบกวนที่ลดลง

กฎหมายเสียงรบกวน 2564 ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศก็ยังมีอีกหลายข้อที่สำคัญ ที่เราได้ยกมาในวันนี้เป็นกฎหมายที่พบได้บ่อยและใช้กันทั่วไปเท่านั้น หากคุณเป็นธุรกิจหรือกิจการที่จำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับเสียงควรศึกษาจากเว็บไซต์ด้านกฎหมายโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของคนรอบข้าง และการทำงานอย่างราบรื่น

เว็บไซต์ที่จะเป็นแหล่งความรู้และเคล็ดลับเกี่ยวกับการศึกษา ที่คุณสามารถเข้าถึงได้ง่าย